รีวิวจากผู้เชี่ยวชาญ
ความเป็นเจ้าของ
ค่าคอมมิชชั่นพันธมิตร
แนวทางการตรวจสอบ

10 เครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดในปี 2021 (มีส่วนลด)

มีเวลาไม่พออ่านรีวิวทั้งหมดใช่ไหมล่ะ นี่คือรายการเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ 2021:

ฉันทดสอบเครื่องมือจัดการรหัสผ่านระดับชั้นนำกว่า 52 บริการเพื่อค้นหาบริการที่ดีที่สุดใน 2021 ในที่สุดฉันก็สามารถสรุปบริการ 10 อันดับที่ใช้งานได้ง่ายที่สุดในการสร้าง, จัดเก็บ, กรอกอัตโนมัติและจัดการรหัสผ่าน และบริการทั้งหมดนั้นมีให้บริการฟรีหรือมีราคาถูกมาก (โดยเฉพาะเมื่อใช้กับคูปองพิเศษของเรา)

แม้ว่าจะมีเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานไม่ได้ผล ซับซ้อนเกินไปและแพงเกินไปอยู่มากมาย แต่เครื่องมือจัดการรหัสผ่านในรายการนี้มีความปลอดภัยระดับชั้นนำ ใช้งานง่ายอย่างเหลือเชื่อ และมีฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมากมายในราคาที่ไม่แพง

ฉันเปรียบเทียบเครื่องมือจัดการรหัสผ่านชั้นนำในตลาดและจัดอันดับตามความปลอดภัยในการใช้งาน ฟีเจอร์เพิ่มเติมและความคุ้มค่าโดยรวมเพื่อค้นหาเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ 2021

เครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดใน 2021:

ฉันให้คะแนนเครื่องมือจัดการรหัสผ่านในปี 2021อย่างไร

  • ความปลอดภัย ฉันมองหาเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้การเข้ารหัส AES 256-bit มีโปรโตคอล zero-knowledge นำเสนอการยืนยัน 2 ขั้นตอน (2FA) หรือการยืนยันแบบหลายปัจจัย (MFA) และมาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อให้การจัดการรหัสผ่านที่ปลอดภัย 100%
  • ฟีเจอร์ แตกต่างกันมากมาย รวมถึงการกรอกแบบฟอร์ม การแบ่งปันรหัสผ่านที่ปลอดภัย การจัดเก็บไฟล์ การตรวจสอบดาร์กเว็บและบางครั้งก็นำเสนอ VPN – ฉันได้ทดสอบฟีเจอร์ทั้งหมดเหล่านี้เพื่อดูว่าฟีเจอร์ใดที่มอบความคุ้มค่าให้ที่แท้จริงและฟีเจอร์ใดที่เป็นแค่โฆษณาล่อใจ
  • ความง่ายในการใช้งาน เครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีควรใช้งานได้สะดวก ฉันตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือจัดการรหัสผ่านทั้งหมดในรายการนี้เข้าใจ เข้าถึงและใช้งายได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้นและผู้ที่ไม่ได้มีความรู้ด้านเทคนิค
  • การสนับสนุนลูกค้า ฉันติดต่อทีมงานสนับสนุนลูกค้าในทุกช่องทางที่พวกเขานำเสนอและจัดอันดับระบบสนับสนุน ฉันจัดอันดับระบบสนับสนุนของแต่ละบริษัทในแง่ของความเป็นประโยชน์ เวลาในการตอบกลับ ประเภทของการสนับสนุนที่มีให้และภาษาที่ให้บริการ
  • ความคุ้มค่า เครื่องมือจัดการรหัสผ่านทั้งหมดที่ฉันแนะนำนำเสนอการจัดการรหัสผ่านที่ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม และคุณสามารถทดลองใช้งานบริการเกือบทั้งหมดนี้ได้ฟรีหรือจากการการันตีคืนเงิน

🥇1. Dashlane — เครื่องมือการจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดโดยรวม

🥇1. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7963/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721023" title="Dashlane" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721023" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Dashlane</hdiv></a> — เครื่องมือการจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดโดยรวม

Dashlane เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ฉันชอบที่สุดใน 2021 — มันมีความปลอดภัยสูง ใช้งานได้ง่ายและยังมีฟีเจอร์ที่ครอบคลุม

Dashlane ปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ให้ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสแบบ AES 256-bit  encryption, โปรโตคอล zero-knowledge, การยืนยันแบบ 2FA (รวมถึงรหัสผ่านระบบไบโอเมตริก ) — ฟีเจอร์ความปลอดภัยเหล่านี้จะช่วยให้ไม่มีใครสามารถเข้าถึงรหัสหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณได้

Dashlane กำลังค่อยๆ เปลี่ยนบริการเป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านทางเว็บเท่านั้น แม้ว่าคุณจะยังใช้แอพพลิเคชั่นเดสก์ท็อปได้ แต่ว่าจะไม่ได้รับการอัปเดตใดๆ เพิ่มเติม ในระหว่างการทดสอบของฉัน Dashlane ทำงานได้ดีเป็นพิเศษในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนขยายเบราว์เซอร์สำหรับ Firefox และ Chrome รวมถึงแอพพลิเคชั่นอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหมดที่สามารถทำให้การจัดการรหัสผ่านนั้นน่าเชื่อถือและใช้งานง่ายมากกว่าบริการจากเครื่องมือจัดการรหัสผ่านอื่น ๆ ในรายการนี้ Dashlane สร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ซิงค์ข้อมูลในแต่ละอุปกรณ์ทันทีและกรอกข้อมูลอัตโนมัติอย่างแม่นยำ แม้กระทั่งในเว็บฟอร์มขั้นสูง

Dashlane มาพร้อมกับ:

  • การเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติ 
  • VPN (ไม่จำกัดข้อมูล)
  • การควบคุมดาร์กเว็บ
  • การแบ่งปันรหัสผ่าน
  • การตรวจสอบความแข็งแกร่งของอุปกรณ์
  • การเข้าถึงอัตโนมัติ
  • ที่จัดเก็บไฟล์ที่ปลอดภัย (1 GB)
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย…

ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Dashlane นั้นเป็นประโยชน์อย่างมาก ใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะฟีเจอร์การเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติของ Dashlane — ซึ่งมันจะตรวจสอบที่เก็บรหัสผ่านทั้งหมดของคุณและเปลี่ยนรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่ายของคุณในเว็บไซต์มากกว่า 300 แห่งให้กลายเป็นรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและไม่สามารถตรวจสอบได้

Dashlane เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านเพียงตัวเดียวในรายการนี้ที่มาพร้อมกับเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) — และ VPN ของ Dashlane นั้นเร็วกว่า VPN แบบสแตนด์อโลนบางตัวเสียอีก ในการทดสอบของฉัน Dashlane ทำคะแนนได้เหนือกว่า VPN ระดับชั้นนำบางรายการในการปลดบล็อกเนื้อหาบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง (เช่น Netflix) และรักษาความเร็วที่เร็วมากได้ดี แม้ว่าฉันจะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกล

ในแง่ของราคา Dashlane Free มาพร้อมกับ 2FA, การแจ้งเตือนความปลอดภัยส่วนบุคคลและการแบ่งปันรหัสผ่านแบบจำกัด (สูงสุด 5 บัญชี) แผนบริการฟรีให้พื้นที่เก็บข้อมูลสำหรับรหัสผ่าน 50 รหัสและครอบคลุมเพียง 1 อุปกรณ์เท่านั้น ดังนั้นจึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ (โดยทั่วไปแล้วเครื่องมือจัดการรหัสผ่านฟรีจะมีข้อจำกัดมาก) Dashlane Essentials เพิ่มเครื่องมือเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติ, อุปกรณ์พิเศษ (สูงสุด 2 อุปกรณ์), ที่เก็บรหัสผ่านไม่จำกัดและการแบ่งปันไม่จำกัด Dashlane Premium เพิ่มการตรวจสอบดาร์กเว็บ, VPN, พื้นที่จัดเก็บไฟล์ที่เข้ารหัส 1 GB และการจัดเก็บรหัสผ่านไม่จำกัดในอุปกรณ์ไม่จำกัดจำนวน Dashlane Family นั้นเหมือนกับ Premium แต่เพิ่มใบอนุญาตได้มากถึง 6 ใบรวมถึงแดชบอร์ดการจัดการครอบครัว

และคุณจะได้รับส่วนลด 25% เมื่อคุณกรอกรหัส SAFETYD25 ที่จุดชำระเงิน

สรุป:

Dashlane ยังคงเป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดที่ฉันเคยทดสอบมาใน2021 บริการนั้นปลอดภัย ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมากมาย — เช่น โปรแกรมเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติ, การตรวจสอบดาร์กเว็บ, 2FA และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการรหัสผ่านเพียงแห่งเดียวที่มี VPN (และเป็น VPN ที่ดีทีเดียว) Dashlane Free นั้นมีบริการทดลองใช้งานฟรีจากแผน Premium และทุกการซื้อบริการของ Dashlane มาพร้อมกับการการันตีการคืนเงิน 30 วัน

รับ Dashlane เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Dashlane >

🥈2. LastPass — แผนบริการฟรีที่ดีที่สุด

🥈2. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7969/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721031" title="LastPass" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721031" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">LastPass</hdiv></a> — แผนบริการฟรีที่ดีที่สุด

LastPass มีบริการที่ปลอดภัย เต็มไปด้วยฟีเจอร์ที่ใช้งานได้อย่างง่ายดายและมีแผนใช้งานฟรีที่ยอดเยี่ยม — LastPass Free เป็นหนึ่งในบริการจัดการรหัสผ่านที่หาได้ยากที่ให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บรหัสผ่านได้ไม่จำกัด (บนอุปกรณ์มือถือหรือเดกส์ทอป – แต่ไม่สามารถใช้ได้ทั้งคู่) และแบ่งปันรหัสผ่านได้ไม่จำกัด (ผู้ใช้ 1 คน)

LastPass Free ยังมี:

  • การเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติ 
  • การกู้คืนบัญชี
  • ตัวเลือก MFA พื้นฐาน
  • การตรวจสอบความแข็งแกร่งของอุปกรณ์
  • พื้นที่จัดเก็บบันทึกที่ปลอดภัย 

ฉันชอบที่ LastPass มีฟีเจอร์การเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติในแผนการใช้งานฟรี — ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ฉันสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านในกว่า 70 เว็บไซต์ได้ในเพียงแค่คลิกเดียว  ในขณะที่ฟีเจอร์นี้ใน Dashlane สามารถครอบคลุมจำนวนเว็บไซต์ได้มากกว่าและใช้งานได้ง่ายกว่า แต่ว่าเครื่องมือของ LastPass นั้นก็ถือว่าใช้งานได้ดีมากพอสมควร

LastPass เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านเพียงบริการเดียวในรายการนี้เพื่อให้มีตัวเลือกการกู้คืนที่หลากหลาย รวมถึงการกู้คืน SMS คำใบ้รหัสผ่านหลักและการกู้คืนรหัสผ่านแบบครั้งเดียว ตัวเลือกทั้งหมดนี้ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงที่เก็บรหัสผ่านหลักของ LastPass ของคุณได้อย่างง่ายดายหากคุณลืมรหัสผ่านหลักของคุณ

ฉันชอบตัวเลือก MFA ของ LastPass — ที่สามารถซิงค์กับเครื่องมือยืนยันในตัวของ LastPass และเครื่องมือยืนยันตัวตนของบุคคลที่สามอย่างเช่น Google และ Microsoft ได้  แผนชำระเงินของ LastPass นั้นมีตัวเลือก MFA ขั้นสูงนำเสนอมากมายเช่น YubiKey, Sesame และการยืนยันตัวตนโดยใช้ลายนิ้วมือ

นอกเหนือจาก MFA ขั้นสูงแล้ว จากอัพเกรดเป็นLastPass Premium ยังให้คุณสามารถแบ่งปันรหัสผ่านกับผู้ใช้ที่คนอื่น ๆ , ตรวจสอบดาร์กเว็บ, การเข้าถึงฉุกเฉินและพื้นที่จัดเก็บแบบ cloud ขนาด 1 GB  และ LastPass Families ให้คุณสามารถเพิ่มบัญชีอื่น ๆ ได้อีก 6 บัญชี

สรุป:

LastPass มีแผนจัดการรหัสผ่านฟรีที่ดี — แผนฟรีมีชุดฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยม เช่น เครื่องมือเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติ ตัวเลือกการกู้คืนบัญชี MFA พื้นฐานและการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน ในขณะที่ LastPass Free อนุญาตให้ซิงค์รหัสผ่านระหว่างอุปกรณ์ประเภทเดียวเท่านั้น (มือถือหรือเดสก์ท็อป) การอัปเกรดเป็น LastPass Premium จะช่วยให้คุณสามารถซิงค์กับอุปกรณ์ทั้งหมด รวมทั้งการแบ่งปันรหัสผ่านแบบไม่จำกัดกับผู้ใช้หลายคน, การตรวจสอบดาร์กเว็บ, MFA ขั้นสูงและอื่น ๆ อีกมากมาย LastPass Free มาพร้อมกับการทดลองใช้ LastPass Premium ฟรี 30 วัน

รับ LastPass เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ LastPass >

🥉3. 1Password — ตัวเลือกที่ใช้งานง่าย ราคาถูกและยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัว

🥉3. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7983/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721037" title="1Password" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721037" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">1Password</hdiv></a> — ตัวเลือกที่ใช้งานง่าย ราคาถูกและยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัว

1Passwordเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานง่ายมากที่สุดที่ฉันเคยเจอมา อินเตอร์เฟซนั้นดูสว่าง เรียบง่ายและใช้งานได้ง่ายมาก ๆ  และ 1Password ก็มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมมากมายอย่างเช่น:

  • Watchtower การแสกนดาร์กเว็บและฐานข้อมูลสาธารณะสำหรับการละเมิดรหัสผ่านและข้อมูลด้านการเงิน การตรวจสอบความปลอดภัยของที่เก็บข้อมูลและการสร้างรหัสผ่านความปลอดภัยสูง
  • การยืนยันตัวตนในตัว การสร้างรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อทำให้การใช้ 2FA ในการลงชื่อเข้าใช้นั้นแข็งแกร่งมากขึ้น
  • 2FA ซิงค์กับแอพพลิเคชั่นรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวเช่น Authy, คีย์ USB เช่น YubiKey และ Fido และเครื่องสแกนไบโอเมตริกซ์ (ใบหน้า ลายนิ้วมือและดวงตา) สำหรับ Windows, Android และ iOS
  • โหมดเดินทาง ซ่อนรหัสผ่านที่ละเอียดอ่อนจากที่เก็บรหัสผ่าน ดังนั้นการตรวจสอบที่ชายแดนประเทศจึงไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้
  • ตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง ซิงค์คอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ Android หรือ iOS ผ่านเครือข่ายไร้สายภายในโดยใช้เซิร์ฟเวอร์ WLAN

1Password ยังมี แผนครอบครัวที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย — การสมัครสมาชิกหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้กับสมาชิก 5 คนและคุณสามารถเชิญสมาชิกใหม่ได้โดยต้องเพิ่มค่าธรรมเนียมเล็กน้อย สิ่งนี้ดีกว่าคู่แข่งมาก — แบรนด์ต่างๆเช่น Dashlane และ LastPass มีข้อ จำกัดว่าสามารถแบ่งปันการใช้งานกับสมาชิกได้กี่คน และฟังก์ชั่นการแบ่งปันที่เก็บรหัสที่ใช้งานง่ายของ 1Password นี้ทำให้การแบ่งปันรหัสผ่านระหว่างสมาชิกในครอบครัวเป็นเรื่องง่ายมาก ในขณะเดียวกันก็รักษาบัญชีส่วนตัวไว้ให้เป็นส่วนตัว (มีที่เก็บแยกกัน คือที่เก็บแบบ “แบ่งปัน” และที่เก็บแบบ “ส่วนตัว”)

1Password ไม่มีเวอร์ชันฟรี แต่มีแผนสำหรับบุคคล ครอบครัวและ ธุรกิจที่มอบฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมากมาย แต่น้อยกว่าคู่แข่งเช่น Keeper และ Dashlane และยังมีบัญชีทดลองใช้งาน 14 วัน เพื่อช่วยคุณตัดสินใจว่า 1Password เหมาะกับคุณหรือไม่

สรุป:

1Password เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซที่ยอดเยี่ยมและใช้งานง่าย และฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่นการสแกนดาร์กเว็บ การเข้าสู่ระบบไบโอเมตริกซ์และการยืนยันตัวตนในตัวล้วนที่ช่วยให้รหัสผ่านปลอดภัย 100% 1Password ยังมีหนึ่งในแผนสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุด ในแง่ของการใช้งานและความคุ้มค่าโดยรวม — ฉันไม่มีปัญหาในการแบ่งปันรหัสผ่านที่สำคัญกับครอบครัวของฉัน ในขณะเดียวกันมันก็จำกัดการเข้าถึงบัญชีส่วนตัวด้วย และ 1Password นำเสนอการทดลองใช้ฟรี 14 วันสำหรับแผนทั้งหมดของพวกเขา

รับ 1Password เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ 1Password >

4. RoboForm — มีความสามารถในการกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติที่ยอดเยี่ยม

4. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7976/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721044" title="RoboForm" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721044" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">RoboForm</hdiv></a> — มีความสามารถในการกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติที่ยอดเยี่ยม

RoboForm มีความสามารถในการกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยทดสอบมา  — มันสามารถกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ แม้แต่แบบฟอร์มที่มีความซับซ้อนได้ในแค่คลิกเดียว

ด้วย RoboForm คุณสามารถสร้าง “ตัวตน” สำหรับแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ด้วยประเภทข้อมูล 8 แบบ รวมถึงหนังสือเดินทาง บัตรเครดิตและข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ ในระหว่างการทดสอบของฉันฉันสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ในทุกแบบ — ตั้งแต่แบบฟอร์มขั้นพื้นฐาน อย่างเช่นรหัสผ่านเข้าโซเชียลมีเดียไปจนถึงแบบฟอร์มออนไลน์ขั้นสูง โดยที่ไม่มีข้อผิดพลาดหรือช่องไหนที่ขาดหายไปเลย

RoboForm มาพร้อมกับ:

  • ตัวเลือก 2FA ที่หลากหลาย
  • การตรวจสอบความแข็งแกร่งของรหัสผ่าน 
  • การแบ่งปันบันทึกและรหัสผ่านที่ปลอดภัย 
  • การบันทึกบุ๊คมาร์คที่ปลอดภัย 

ฉันชอบตัวเลือก 2FA ของ RoboForm — ในการทดสอบของฉัน RoboForm สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือยืนยันของ Google ได้และฉันไม่มีปัญหากับการใช้การลงชื่อเข้าใช้แบบไบโอเมตริกกับบัญชีใด ๆ บน RoboForm เลย อย่าไรก็ตามฉันไม่ชอบที่ RoboForm ไม่สนับสนุนเครื่องมือ USB 2FA อย่างเช่น YubiKey (ไม่เหมือน LastPass)

ฟีเจอร์ทั้งหมดของ RoboForm สามารถใช้งานได้ดี แต่ฟีเจอร์ที่ฉันชอบมากที่สุดคือฟีเจอร์จัดเก็บบุ๊คมาร์คที่ปลอดภัย ฟีเจอร์ที่โดดเด่นนี้ช่วยให้ฉันสามารถบันทึกและซิงค์บุ๊คมาร์กจากเดกส์ทอปเบราเซอร์ไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ติดตั้ง RoboForm (เช่นมือถือ) — ดังนั้นฉันจึงสามารถเข้าถึงเว็บไซต์โปรดของฉันได้ ไม่ว่าฉันจะใช้อุปกรณ์หรือบราวเซอร์ใดอยู่ก็ตาม!

RoboForm Free มีฟีเจอร์กรอกข้อมูลอัตโนมัติ การตรวจสอบความแข็งแกรงของรหัสผ่านและการจัดเก็บรหัสผ่านที่ปลอดภัย RoboForm Everywhere ให้คุณสามารถซิงค์บนอุปกรณ์ได้ไม่จำกัด, 2FA และการสำรองข้อมูลบน cloudRoboForm Everywhere Family มีฟีเจอร์แบบเดียวกันแต่คุณสามารถเพิ่มผู้ใช้อื่น ๆ ได้อีก 5 คน

สรุป:

RoboForm เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่มีฟีเจอร์การกรอกฟอร์มที่ดีที่สุด RoboForm มีฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่าง 2FA, การตรวจสอบความแข็งแกร่งของอุปกรณ์, การจัดเก็บบุ๊คมาร์กที่ปลอดภัย, พื้นที่จัดเก็บแบบ cloud และอื่น ๆ อีกมากมาย แผนการใช้งานฟรีของ RoboForm มาพร้อมกับการทดลองใช้งาน 30 วันของแผน Everywhere ของ RoboForm  ทุกการซื้อบริการของ RoboForm มีการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน

รับ RoboForm เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ RoboForm >

5. Keeper — ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงที่ยอดเยี่ยม

5. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7971/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721051" title="Keeper" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721051" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Keeper</hdiv></a> — ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงที่ยอดเยี่ยม

Keeper เครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานง่ายที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง — การเข้ารหัสแบบ AES 256-bit โปรโตคอล zero-knowledge และตัวเลือกการยืนยันหลายปัจจัย (MFA) รวมทั้งตัวเลือกขั้นสูงแบบใบหน้าและลายนิ้มมือบนอุปกรณ์มือถือและนาฬิกาอัจฉริยะ

Keeper มีฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่าง:

  • แอพพลิเคชั่นส่งข้อความที่ปลอดภัย (KeeperChat)
  • พื้นที่จัดเก็บแบบ cloud (10 GB)
  • การควบคุมดาร์กเว็บ

แอพพลิเคชั่นส่งข้อความที่ปลอดภัยนั้นเป็นในสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดของ Keeper KeeperChat เป็นบริการส่งข้อความแบบเข้ารหัสที่มาพร้อมกับการยกเลิกส่งข้อความ ข้อความแบบทำลายตัวเองและส่วนตัวสำหรับจัดเก็บรูปภาพหรือวีดีโอ

Keeper นั้นมาพร้อมกับตัวเลือกการจัดเก็บแบบ cloud ที่มากกว่าบริการอื่น ๆ — ในขณะที่บริการคู่แข่งอย่าง Dashlane นำเสนอพื้นที่จัดเก็บแบบ cloud ขนาด 1 GB  แต่ Keeper มีพื้นที่จัดเก็บแบบ cloud ขนาด 10 GB และมีตัวเลือกการจัดเก็บเพิ่มเติมที่มากถึง 50 GB!

Keeper มีบริการฟรีที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก — มันไม่มีฟีเจอร์ทั้งหมดของ Keeper และสามารถใช้งานได้บน 1 อุปกรณ์เท่านั้นKeeper Unlimited นั้นเป็นบริการที่คุณสามารถจัดเก็บรหัสผ่านได้ไม่จำกัดบนไม่จำกัดอุปกรณ์ สามารถแบ่งปันรหัสผ่านและใช้การยืนยันหลายปัจจัยได้ และKeeper Family ก็ให้คุณสามารถเพิ่มบัญชีได้อีก 5 บัญชี  และยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ จาก Keeper รวมถึงการตรวจสอบดาร์กเว็บ แอพพลิเคชั่นเข้ารหัสข้อความและพื้นที่จัดเก็บแบบ Cloud 50 GB หรือคุณสามารถซื้อฟีเจอร์อื่น ๆ แยกได้

สรุป:

Keeper มาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยมากมาย — มีการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง การตรวจสอบรความแข็งแกร่งของรหัสผ่าน การตรวจสอบดาร์กเว็บ แอพพลิเคชั่นเข้ารหัสข้อความและพื้นที่จัดเก็บที่มากกว่า (10 GB – 50 GB) คู่แข่งคนอื่น ๆ  Keeper มีแผนการบริการที่หลากหลายสำหรับส่วนบุคคลและครอบครัวและคุณสามารถทดลองใช้ Keeper ด้วยบัญชีทดลองใช้งาน 30 วันได้

รับ Keeper เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Keeper >

6. Password Boss — คุ้มค่าและมาพร้อมกับฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมาย

6. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/10244/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721057" title="Password Boss" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721057" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Password Boss</hdiv></a> — คุ้มค่าและมาพร้อมกับฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมาย

Password Boss เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานง่าย มาพร้อมอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและฟีเจอร์ที่ออกแบบมาอย่างดีและมีประโยชน์มากมาย — รวมถึงการแบ่งปันรหัสผ่านที่ปลอดภัย, 2FA พื้นฐาน, การตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่านและที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์

ฉันชอบฟังก์ชั่นการเข้าถึงฉุกเฉินที่ปรับแต่งได้ของ Password Boss ซึ่งช่วยให้ผู้ติดต่อที่เชื่อถือได้เข้าถึงรหัสผ่านเฉพาะได้ในกรณีฉุกเฉิน — นี่คือสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนจากเครื่องมือจัดการรหัสผ่านอื่น ๆ (LastPass มีตัวเลือกฉุกเฉินที่ดี ผู้ใช้รายอื่นสามารถให้เข้าถึงรหัสผ่านทั้งหมดของคุณได้ คุณไม่สามารถให้ผู้ใช้รายอื่นเข้าถึงรหัสผ่านที่เฉพาะเจาะจงได้)

แม้ว่า Password Boss จะไม่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากเท่าไหร่ แตกต่างจากคู่แข่งระดับชั้นนำ แต่ฉันคิดว่า Password Boss นั้นยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ทางเทนิคที่กำลังมองหาโปรแกรมที่มีคุณสมบัติครบถ้วน – มันปลอดภัยมาก ใช้งานง่ายและมีฟังก์ชั่นการจัดการรหัสผ่านและฟีเจอร์พิเศษที่จำเป็นทั้งหมด

Password Boss มีแผนการใช้งานฟรี แต่มันมีการจำกัดรหัสผ่านที่สามารถบันทึกและแบ่งปันได้ (5 รหัส) Password Boss’s Premium และ Families มีฟีเจอร์ของ Password Boss ทั้งหมด — แต่ความแตกต่างระหว่างสองแผนนี้อยู่ที่แผน Premium นั้นสำหรับการใช้งานส่วนบุคคลและแผน Families นั้นให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันกับผู้ใช้อื่น ๆ ได้อีก 5 คน

สรุป:

Password Boss เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานง่าย มาพร้อมฟีเจอร์พิเศษที่มีประโยชน์ Password Boss ไม่มีฟีเจอร์พิเศษใด ๆ แต่มีเครื่องมือทั้งหมดที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการในการจัดเก็บรหัสผ่านอย่างปลอดภัย รวมถึงการแบ่งปันรหัสผ่าน การตรวจสอบรหัสผ่าน การเข้าถึงกรณีฉุกเฉินและอื่น ๆ อีกมากมาย Password Boss เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคและคุณสามารถทดลองใช้ได้ฟรี 30 วันและรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน

รับ Password Boss เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Password Boss >

7. Sticky Password — แผนพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดที่มาพร้อมกับการจัดเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์

7. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7985/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721064" title="StickyPassword" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721064" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Sticky Password</hdiv></a> — แผนพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดที่มาพร้อมกับการจัดเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์

Sticky Password เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านแบบพื้นฐานที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยม 2-3 อย่าง — รวมถึงการบันทึกข้อมูลแบบถาวรและโปรแกรมเวอร์ชั่น USB

ฉันชอบที่ Sticky Password ให้คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณต้องการจัดเก็บและซิงค์ข้อมูลของคุณลงใน Cloud ของ Sticky Password หรือจัดเก็บลงในพื้นที่ของอุปกรณ์ของคุณเอง  Sticky Password ใช้การเข้ารหัสแบบ AES 256-bit ช่วยให้ข้อมูลของผู้ใช้งานถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยในระบบ Cloud — มันยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมากก็สามารถซิงค์ข้อมูลเหล่านั้นลงในอุปกรณ์ของตัวเองได้

ฉันคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากที่ Sticky Password คุณสามารถพกพาโปรแกรมนี้ไปกับคุณได้ทุกที่ด้วย USB— ดังนั้นคุณสามารถเข้าถึงรหัสผ่านของคุณจากคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ (มีให้ใช้กับ Windows PC เท่านั้น)

Sticky Password นำเสนอบริการฟรี ที่คุณสามารถบันทึกรหัสผ่านได้ไม่จำกัดได้ใน 1 อุปกรณ์, 2FA, การจัดเก็บบันทึกที่ปลอดภัยและเวอร์ชั่น USB  Upgrading to Sticky Password Premium สามารถเพิ่มอุปกรณ์ได้ไม่จำกัด สามารถแบ่งปันรหัสผ่านได้และเลือกการจัดเก็บและซิงค์ระหว่าง Cloud หรือพื้นที่บนอุปกรณ์ — แถม Sticky Password ยังบริจาครายได้บางส่วนให้แก่องค์กรพิทักษ์พะยูนอีกด้วย! Sticky Password ยังมีตัวเลือกในการซื้อการสมัครสมาชิกตลอดชีพอีกด้วย

สรุป:

Sticky Password มีฟีเจอร์ที่สำคัญทั้งหมดสำหรับเครื่องมือจัดการรหัสผ่านและยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเช่นการจัดเก็บข้อมูลลงในพื้นที่อุปกรณ์หรือโปรแกรมเวอร์ชั่นพกพา  Sticky Password Free cมาพร้อมกับบัญชีการทดลองใช้งานฟรี 30 วันของ  Sticky Password Premium และทุกการซื้อบริการของ Sticky Password จะมีการันตีการคืนเงินโดยไม่มีความเสี่ยงเป็นเวลา 30 วัน (ต้องการซื้อบริการแบบพรีเมี่ยมจะสมทบทุนองค์กรช่วยเหลือพะยูน (Save the Manatee Club) !)

รับ Sticky Password เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Sticky Password >

8. Avira Password Manager — ตั้งค่าได้ง่าย & ฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย

8. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/free/11044/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721070" title="Avira Password Manager" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721070" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Avira Password Manager</hdiv></a> — ตั้งค่าได้ง่าย & ฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย
Avira Password Manager นั้นสามารถตั้งค่าและใช้งานได้อย่างง่ายดาย ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิค แม้ว่า Avira Password Manager จะไม่มีแอพพลิเคชั่นบนเดสก์ท็อป แต่ฉันก็ชอบแอพพลิเคชั่นและส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ดูสะอาดตาและใช้งานง่าย แอพพลิเคชั่น iOS และ Android นั้นสามารถใช้งานง่ายมากและเต็มไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ใช้งานได้ง่าย

Avira นำเสนอชุดฟีเจอร์ที่ดีพอสมควร รวมถึงการจัดเก็บรหัสผ่านไม่จำกัด การซิงค์หลายอุปกรณ์ การเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ การแจ้งเตือนการละเมิดข้อมูล การตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน การเข้าสู่ระบบไบโอเมตริกซ์บนมือถือ ตัวตรวจสอบความถูกต้อง 2FA ในตัวและที่เก็บไฟล์ที่ปลอดภัยขนาด 1 GB

อย่างไรก็ตาม Avira ไม่มีตัวเลือก 2FA ขั้นสูง (มีแค่การยืนยันผ่านทาง SMS) ความสามารถในการแบ่งปันรหัสผ่าน การนำเข้ารหัสผ่านที่ปลอดภัยและการเข้าถึงกรณีฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมดนี้มีให้ใช้งานในคู่แข่งชั้นนำอย่าง Dashlane และ LastPassด้วยเช่นกัน

Avira นำเสนอฟีเจอร์การจัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่ฟรี แต่หากคุณต้องการเข้าถึงการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่านและการแจ้งเตือนการละเมิดข้อมูล คุณต้องอัปเกรดเป็น Avira Password Manager Pro แม้ว่าแผน Pro จะมีราคาไม่แพงนัก แต่ก็ไม่ได้มีบริการที่ครอบคลุมเท่าคู่แข่งระดับชั้นนำอื่น ๆ แต่ว่า Avira Password Manager นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานง่าย ที่สามารถให้บริการได้อย่างดี

สรุป:

Avira Password Manager ใช้งานง่ายและมาพร้อมกับชุดฟีเจอร์ที่ดี รวมถึงการแจ้งเตือนการละเมิดข้อมูลและที่เก็บไฟล์ที่ปลอดภัย 1 GB Avira ไม่ใช่คู่แข่งสำหรับบริการขั้นสูงอย่าง Dashlane และLastPass ฉันอยากเห็น Avira เพิ่มฟีเจอร์อื่น ๆ เช่นการแบ่งปันรหัสผ่าน การเข้าถึงกรณีฉุกเฉินและตัวเลือก 2FA อื่น ๆ แต่ Avira นั้นติดตั้งและใช้งานได้ง่ายมากและมาพร้อมกับการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน

รับ Avira Password Manager เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Avira Password Manager >

9. Bitwarden — ตัวเลือกบริการแบบโอเพ่นซอร์สที่ดีที่สุด

9. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/10342/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721077" title="Bitwarden" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721077" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Bitwarden</hdiv></a> — ตัวเลือกบริการแบบโอเพ่นซอร์สที่ดีที่สุด

Bitwarden จัดการรหัสผ่านแบบโอเพ่นซอร์สที่ดีที่สุดและมีราคาถูก— มันมาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงมากมายและเป็นหนึ่งในบริการที่มีราคาถูกมาก แต่ว่ามันใช้งานได้ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น Dashlane และ Keeper

Bitwarden ใช้การเข้ารหัสแบบ AES 256-bit รวมทั้ง แอพพลิเคชั่น 2FA อย่าง Authy และ Google Authenticator และให้คุณสามารถเลือกจัดเก็บข้อมูลลงในพื้นที่อุปกรณ์ได้

ฉันชอบมากที่ฉันสามารถจัดเก็บข้อมูลของฉันแบบออฟไลน์ได้ — ฉันมีเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัยและฉันชอบที่จะจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวของฉันนอก Cloud

ฉันชอบที่ Bitwarden มีพื้นที่จัดเก็บรหัสผ่านออนไลน์และทำให้คุณสามารถเข้าถึงรหัสผ่านจากคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ —  ฉันสามารถเข้าถึงที่เก็บรหัสผ่านของ Bitwarden และลงชื่อเข้าใช้ Netflix ของฉันบนคอมพิวเตอร์ของเพื่อนฉันได้

อย่างไรก็ตาม Bitwarden ไม่ได้ใช้งานง่ายเหมือนกับโปรแกรมอื่น ๆ ในรายการนี้ ฟังก์ชั่นบางอย่างของ Bitwarden อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญในการใช้งาน (เช่นการตั้งค่า Organizations สำหรับการแบ่งปันและซิงค์รหัสผ่านที่ปลอดภัย) ดังนั้นฉันจึงไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ใช้ที่ไม่เคยใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่านมาก่อนหรือผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

Bitwarden Free ให้คุณสามารถจัดเก็บรหัสผ่านได้ไม่จำกัด, ที่จัดเก็บบันทึกและบัตรเครดิต, 2FA และการจัดเก็บรหัสผ่านในอุปกรณ์ Bitwarden Premium เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บ, การตรวจสอบความแข็งแกร่งของรหัสผ่าน และเครื่องสร้าง 2FA code  และ Bitwarden Families เพื่อเพิ่มความครอบคลุมผู้ใช้งาน 6 คน

สรุป:

Bitwarden นั้นเป็นบริการที่มีราคาถูก เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านแบบโอเพนซอร์สที่นำเสนอฟีเจอร์ขั้นสูงมากมาย — อย่างเช่นการจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือสร้างโค้ด 2FA และพื้นที่จัดเก็บรหัสผ่านออนไลน์  อย่างไรก็ตาม Bitwarden นั้นไม่ได้ใช้งานง่ายเหมือนบริการอื่น ๆ ในรายการ – มันทำให้การแบ่งปันรหัสผ่านนั้นซับซ้อนกว่าที่ควรจะเป็นและยังขาดฟังก์ชันที่นำเสนอโดยบริการชั้นนำอื่น ๆ  การสมัครใช้งาน  Bitwarden ทั้งหมดมาพร้อมกับการรับประกันคืนเงิน 30 วัน

รับ Bitwarden เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Bitwarden >

10. RememBear — ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่านมือใหม่

10. <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/10337/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721084" title="RememBear" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721084" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">RememBear</hdiv></a> — ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่านมือใหม่

RememBear เป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานได้ง่ายที่สุด — มันขาดฟีเจอร์พื้นฐานหลายๆอย่างเหมือนที่คู่แข่งระดับชั้นนำอย่างเช่น Dashlane และ Keeper นำเสนอ แต่ว่า RememBear มันเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคหรือไม่ต้องการฟังก์ชั่นการใช้งานมากนัก

RememBear นั้นมีอินเทอร์เฟสผู้ใช้งานที่ยอดเยี่ยมที่สุด — มันมีอนิเมชั่นรูปน้องหมีที่ให้คำแนะนำแบบทีละขั้นตอนเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายขึ้น แล้วก็เขายังนำเสนอระบบการบรรลุความสำเร็จที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เรียนรู้การใช้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย — คุณจะได้ “น้องหมี” ทุกครั้งที่คุณทำกิจกรรม อย่างเช่นการเพิ่มบัตรเครดิต นำเข้าข้อมูลรหัสผ่านที่มีอยู่แล้วและสร้างรหัสผ่านหลัก

ฉันชอบมากที่พวกเขาผู้ใช้ทำความเข้าใจการใช้งานฟีเจอร์ของ RememBear ทำได้ง่ายขึ้น ในระหว่างการทดสอบของฉัน ฉันไม่พบปัญหาในการสร้างหรือจัดเก็บรหัสผ่าน การจัดเก็บบัตรเครดิตและบันทึกรหัสผ่าน การซิงค์จากอุปกรณ์อื่น ๆ หรือการกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติบนเว็บไซต์ใด ๆ เลย  ฉันยังชอบที่ฉันสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชี RememBear จากมือถือโดยใช้ลายนิ้วมือ (สามารถใช้ face ID ได้อีกด้วย)

RememBear Free สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์เดียวในขณะที่ RememBear Premiumมีพื้นที่การจัดเก็บรหัสผ่านไม่จํากัด ไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์และยังมีฟีเจอร์ความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างเช่นการกู้คืนบัญชีนำเสนออีกด้วย

สรุป:

RememBear เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านสำหรับมือใหม่ที่ฉันชื่นชอบที่สุด — และพวกเขาก็มีน้องหมีน่ารักมากมายอีกด้วย! RememBear นำเสนอการจัดเก็บรหัสผ่านที่ปลอดภัยและการบันทึกและกรอกรหัสผ่านอัตโนมัติที่ใช้งานได้ง่าย  RememBear สามารถใช้งานได้ดีในทั้งเดกส์ทอปและมือถือผู้ใช้ Android และ iOS สามารถใช้การลงชื่อเข้าใช้ด้วยไบโอเมตริกได้  คุณสามารถทดลองใช้งาน RememBear ได้โดยปราศจากความเสี่ยงโดยบัญชีทดลองใช้งานฟรี 30 วัน

รับ RememBear เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ RememBear >

โบนัส Enpass — เครื่องมือจัดการรหัสผ่านราคาถูกที่มาพร้อมกับการเข้าถึงแบบออฟไลน์

โบนัส <a href="https://th.safetydetectives.com/go/vendor/7974/?post_id=7931&alooma_btn_name=PPC+Affiliate+Link+-+721090" title="Enpass" rel="nofollow noopener" target="_blank" data-btn-name="PPC Affiliate Link - 721090" data-btn-indexed="1"><hdiv class="adminHighlightLinks">Enpass</hdiv></a> — เครื่องมือจัดการรหัสผ่านราคาถูกที่มาพร้อมกับการเข้าถึงแบบออฟไลน์

Enpass เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีสำหรับคนที่มองหาการป้องกันแบบพื้นฐาน

Enpass สามารถให้การป้องกันแบบพื้นฐานได้อย่างยอดเยี่ยม — มันสามารถสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง, กรอกรหัสผ่านอัตโนมัติ, ตรวจสอบความแข็งแกร่งของรหัสผ่านและอื่น ๆ ได้อีกมากมาย  อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือจัดการรหัสผ่านอื่น Enpass นั้นยังมีข้อจำกัดด้านการใช้งานอยู่มาก มันไม่ได้จัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ Cloud ขาดตัวเลือกการยืนยัน 2FA แบบพื้นฐานและทำให้การแบ่งปันรหัสผ่านกับผู้ใช้งานอื่น ๆ นั้นทำได้ยากขึ้น

Enpass เป็นเครื่องมือการจัดการรหัสผ่านเดียวในรายการนี้ที่นำเสนอการจัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์ — ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยนั้นคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยมากที่สุด แต่พวกเขาก็เลือกบริการอย่าง Sticky Password และ Bitwarden มากกว่า เพราะให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้คุณจัดเก็บข้อมูลสำคัญเหล่านี้เอาไว้ในอุปกรณ์อื่นเซิร์ฟเวอร์ Cloud

Enpass ให้ผู้ใช้สามารถซิงค์ข้อมูลลงในแอพพลิเคชั่นอย่างเช่น Google Drive และ Dropbox ได้ แต่มันอาจจะมีความซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิค ถามผู้ใช้ยังต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับบริการ Cloud ของบุคคลที่ 3 อีกด้วย

Enpass มาพร้อมกับฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง —รวมถึงโปรแกรมเวอร์ชัน USB และความสามารถในการเข้าถึงจากสมาร์ทวอช  มันเป็นฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ฉันต้องการเห็นการแบ่งปันรหัสผ่านที่ง่ายมากกว่าฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ

Enpass นำเสนอเวอร์ชั่นฟรีสำหรับเดสก์ทอปและมือถือ (คุณสามารถจัดเก็บรหัสผ่านได้ 25 รหัส) แผนพรีเมี่ยมของ Enpass  นำเสนอฟีเจอร์แบบเดียวกัน แตกต่างกันตรงที่ระยะเวลาของการสมัครสมาชิก ซึ่งพวกเขามีตัวเลือก 6 เดือน, 1 ปีและตลอดชีพ

สรุป:

Enpass เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สามารถให้บริการพื้นฐานได้อย่างยอดเยี่ยม — มันมาพร้อมกับฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่างเช่นโปรแกรมเวอร์ชัน USB และความสามารถในการใช้งานร่วมกับสมาร์ทวอช Enpass นำเสนอการจัดเก็บรหัสผ่านในพื้นที่อุปกรณ์เท่านั้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง  อย่างไรก็ตามผู้ใช้ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลของตัวเองใน Cloud จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมสำหรับบริการพื้นที่จัดเก็บของบุคคลที่ Enpass มีเวอร์ชันฟรีและยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่นำเสนอการสมัครสมาชิกตลอดชีพ

รับ Enpass เลยตอนนี้

อ่านรีวิวตัวเต็มของ Enpass >


เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน เครื่องมือสร้าง TOTP ในตัว ส่วนเรื่องการจัดเก็บรหัสผ่านในอุปกรณ์ เข้ารหัสพื้นที่จัดเก็บ แผนใช้งานฟรี ฟีเจอร์ที่มีเอกลักษ์ มีให้บริการในภาษาไทย
1.🥇Dashlane มี ไม่มี 1 GB 1 อุปกรณ์, 50 รหัส VPN, การเปลี่ยนรหัสผ่านในคลิกเดียว, การควบคุมดาร์กเว็บ ไม่
2.🥈LastPass มี มี 1 GB ไม่จำกัดอุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส 2FA ในตัว, การควบคุมของผู้ปกครอง ไม่
3.🥉1Password มี มี 1 GB ไม่มีแผนใช้งานฟรี โหมดการเดินทาง, การควบคุมของผู้ปกครอง ไม่
4. RoboForm ไม่มี มี ไม่มี 1 อุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส เทมเพลตการกรอกแบบฟอร์มที่หลากหลาย, การแบ่งปันบันทึกที่ปลอดภัย ไม่
5. Keeper มี ไม่มี 10 GB 1 อุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส เข้ารหัสข้อความ มีพื้นที่จัดเก็บที่ปลอดภัยและการตรวจสอบดาร์กเว็บ ไม่
6. Password Boss ไม่มี มี ไม่มี ไม่มีแผนใช้งานฟรี การควบคุมดาร์กเว็บ ไม่
7. Sticky Password ไม่มี มี ไม่มี ไม่จำกัดอุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส ซิงค์กับ Cloud/พื้นที่ในอุปกรณ์, ตัวเลือกโปรแกรมสำหรับ USB ไม่
8. Avira Password Manager
มี มี 1 GB ไม่จำกัดอุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้อัตโนมัติที่ใช้งานได้ง่าย ไม่มี
9. Bitwarden มี มี 1 GB ไม่จำกัดอุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส บริการแบบโอเพ่นซอร์ส, 2FA ในตัว, ราคาถูก ไม่
10. RememBear มี ไม่มี ไม่มี 1 อุปกรณ์, ไม่จำกัดรหัส อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย, ฟีเจอร์การยืนยันที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่
โบนัส Enpass มี มี (ตัวเลือก) ไม่มี 1 อุปกรณ์, 25 รหัส พื้นที่จัดเก็บในอุปกรณ์, ตัวเลือกการสมัครสมาชิกตลอดชีพ ไม่

เครื่องมือจัดการรหัสผ่านของฉันสามารถถูกแฮกได้หรือไม่

มันเกิดขึ้นได้ยากมาก เครื่องมือจัดการรหัสผ่านทั้งหมดในรายการนี้ใช้การเข้ารหัส AES 256-bit ที่แข็งแกร่งหรือวิธีการเข้ารหัสที่เทียบเท่า ดังนั้นแฮ็กเกอร์จึงต้องการซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังเป็นพิเศษเพื่อขโมยข้อมูลของคุณ แม้ถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ อาจจะได้ไปแค่ชิ้นส่วนข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่ไม่สามารถเอาไปทำอะไรได้อีก

อย่างไรก็ตามหากรหัสผ่านหลักของคุณอ่อนแอและสามารถเดาได้ง่าย แสดงว่าคุณกำลังทำลายจุดประสงค์ทั้งหมดของเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน ในกรณีนั้น ใช่ เครื่องมือจัดการรหัสผ่านสามารถถูกละเมิดได้ (แต่ไม่ใช่การ “แฮ็ค”) แต่ถ้าคุณใช้โปรแกรมสร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัยและเปลี่ยนรหัสผ่านหลักทุก ๆ 6 เดือนสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น

เครื่องมือจัดการรหัสผ่านเหมือนกันทั้งหมดหรือเปล่า

เครื่องมือจัดการรหัสผ่านชั้นนำจำนวนมากมีฟีเจอร์ที่คล้ายคลึงกัน เช่นการบันทึกและจัดเก็บรหัสผ่านอย่างปลอดภัย การสร้างรหัสผ่านใหม่และการซิงค์ระหว่างอุปกรณ์หลายเครื่อง แต่มีหลายสิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่าง ความง่ายในการใช้งาน, วิธีการเข้ารหัส, ตัวเลือกการยืนยันหลายขั้นตอน, ส่วนเสริมเบราเซอร์, แอพพลิเคชั่นสำหรับเดกส์ทอป/มือถือและความคุ้มค่าโดยรวมอาจแตกต่างกันอย่างมากระหว่างเครื่องมือจัดการรหัสผ่านต่าง ๆ

Dashlane มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ความง่ายในการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ และแม้แต่ VPN RoboForm มีฟีเจอร์การกรอกแบบฟอร์มขั้นสูงสุด ในขณะที่ Keeper มีพื้นที่เก็บข้อมูลที่ปลอดภัยมากมายและ Sticky Password จะมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับ Save the Manatee Club!

เหตุใดฉันจึงควรใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน

เครื่องมือจัดการรหัสผ่านมีประโยชน์มากมาย:

  • การสร้างรหัสผ่าน – ถ้าคุณเป็นเหมือนฉัน คุณจะมีรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันเกือบ 100 รายการ แต่ละรหัสผ่านควรไม่ซ้ำกันโดยไม่มีคำหลักหรือรูปแบบที่คล้ายกัน เครื่องมือจัดการรหัสผ่านทำงานร่วมกับเครื่องมือสร้างรหัสผ่านสามารถเพิ่มความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ได้ในไม่กี่วินาที – Dashlane ยังมีเครื่องมือเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติที่แทนที่รหัสผ่านที่อ่อนแอทั้งหมดของคุณได้ด้วยคลิกเดียว
  • ความสะดวกสบาย – มันต้องใช้เวลานับไม่ถ้วนในชีวิตในการลืมและพยายามจำรหัสผ่านและต้องเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ การใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่านเป็นการประหยัดเวลาได้อย่างมาก
  • ความปลอดภัย – เครื่องมือจัดการรหัสผ่านป้องกันไม่ให้ผู้บันทึกรหัสผ่านและหน้าจอที่เฝ้าดูคุณพิมพ์รหัสผ่านบนหรือหน้าจอได้ เครื่องมือจัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่ยังมีการแบ่งปันข้อมูลที่ปลอดภัยระหว่างผู้ใช้ ผู้ให้บริการบางรายยังตรวจสอบดาร์กเว็บเพื่อดูการละเมิดความปลอดภัย เช่น ฟีเจอร์ BreachWatch ของ Keeper และฟีเจอร์ Dark Web Monitoring ของ Dashlane

บริษัทเครื่องมือจัดการรหัสผ่านสามารถดูรหัสผ่านของฉันได้หรือไม่

เครื่องมือจัดการรหัสผ่านระดับชั้นนำทั้งหมดมีโปรโคตอลการไม่จดจำข้อมูลซึ่งหมายความว่าข้อมูลของคุณจะถูกเข้ารหัสก่อนที่จะเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะอ่านรหัสผ่านของคุณ

แม้ว่าคุณจะยังไม่ไว้วางใจบริษัท แต่เครื่องมือจัดการรหัสผ่านจำนวนมากก็นำเสนอพื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่อง ดังนั้นรหัสผ่านจะไม่ต้องเดินทางออกจากอุปกรณ์ของคุณ — 1PasswordและSticky Passwordนั้นเป็นสองแบรนด์ที่นำเสนอพื้นที่จัดเก็บในตัวเครื่อง

เกี่ยวกับผู้เขียน

สก็อตต์ แจ็คสัน
สก็อตต์ แจ็คสัน
นักวิจัยความปลอดภัยของอินเทอร์เน็ต

เกี่ยวกับผู้เขียน

สก็อตต์ แจ็คสัน เป็นนักวิจัยด้านความปลอดภัยนอินเทอร์เน็ต โดยเขาได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านไอทีให้กับบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 นับสิบบริษัทมานานกว่าสองทศวรรษ เขาใช้เวลาไปกับการวิจัยเทรนด์ด้านการแฮ็กและช่วยให้ผู้คนปลอดภัยระหว่างใช้งานอินเทอร์เน็ต